สุขสันต์วันสงกรานต์คร้าบพี่น้อง...เลยแล้วนี่หว่า - -"
เนื้อเรื่องของบล็อกตอนนี้ จะเรียกได้ว่า
เป็นความบังเอิญ ก็ว่าได้
เพราะเป็นเรื่องจากเหตุการณ์เมื่อคืน
ช่วงเวลาดึกสงัด ณ ซอยเกกี
ผมก็นั่งๆนอนๆ อยู่หอ กะลังจะข่มตาหลับ
ทันใดนั้น! เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ในใจก็คิดว่า "เมียกุจะโทรจิกอีกแล้วหรือ?"
แต่งวดนี้ผิดคาด
เมื่อรับสายนั้น เสียงตามสายที่ได้ยิน
เป็นเสียงของหนุ่มใต้ หน้าตาดี มีเมียแล้ว
แถมมีข่าวว่ากิ๊กกะไอไปป์อีกต่างหาก อิอิ
ใช่แล้วเสียงนั้นคือ นายเบนซ์ (นามสมมุติ)
โดย นายเบนซ์ ได้ลั่นวาจามาว่า
"ไอปอนด์ มึงอยู่ไหน กูอยู่เกกีเนี่ย มาแดกข้ามต้มหน้าซอยกัน"
พอผมลงไปก็ได้เจอกับ นายโด (นามสมมุติ)
และก็พากันไปกินข้าวต้ม ที่ต้มมานานแล้ว และถูกหมักอย่างดี
จนเมล็ดข้าวหายไป เหลือไว้แต่เพียงน้ำเหลืองๆ และฟองขาวๆ
หลังจากทำการสาดน้ำเหลืองลงคอไปพักใหญ่ๆ
นายเบนซ์ ก็เปิดประเด็นมาว่า "กูขี้เกียจทำงานหว่ะ"
โดย นายเบนซ์ นั้นถือเป็นบัณฑิต ที่ไม่ต้องผ่านการทำวิจัย(ฝุ่น)
ได้งานแล้วที่ บริษัท pacific pipe (แม่งหนีไอไปป์ไม่พ้น...สงสัยมันจะเป็นเนื้อคู่กัน)
และจะเริ่มงานในวันที่23 เมษา นี้
ผมก็เลยถามกลับไป ด้วยแววตาหมั่นไส้ของคนตกงานว่า
"มึงยังไม่ได้เริ่มงานเลย ขี้เกียจแล้วหรอวะ"
และประโยคต่อมาที่ได้ยินคือต้นความคิดของบล็อกตอนนี้
"คือไม่ใช่ว่ายังไงนะ แต่ตอนไม่ได้งานกูก็คิดว่าอยากได้งาน แต่พอได้งานแล้ว กลับไม่อยากทำ"
และ นายโดยังเสริมต่ออีกว่า
"กูก็อยากจะได้งานนะ เพราะอยากรู้ถึงอนาคตของตัวเองว่าจะทำอะไร
แต่กูก็ไม่รีบหาหว่ะ งานจะมาเดี๋ยวก็มาเอง อยู่แบบนี้เรื่อยๆก็ดี"
ผมได้ฟังเช่นนั้นก็คิดได้ว่า
อารมณ์ของคนเราทุกคน น่าจะเป็นแนวเดียวกัน
ประมาณว่า ความรู้สึกคนละขั้วที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
อย่างกรณี นายเบนซ์ ที่ได้งานแล้ว
ก็คงจะรู้สึกดีใจที่ตัวเองได้งาน แต่ก็คงรู้สึกเบื่อที่ต้องใช้ชีวิตคนทำงานแล้ว
ส่วนนายโด
ก็คงจะรู้สึกเซ็งที่ตัวเองไม่ได้งาน แต่อาจจะสบายใจที่ยังไม่ต้องเอาชีวิตไปผูกกับวงจรชีวิตคนทำงาน
คงเหมือนเวลาที่เราเห็นท้องฟ้ายามเย็นแล้ว เราก็จะรู้สึกว่า เออมืดซะที จะได้ไปเที่ยว ไปเมา
แต่ก็รู้สึกว่า แล้ววันนี้ทั้งวันทำอะไรไปมั่งวะ ไม่เห็นมีสาระซักเรื่อง
เหมือนเวลาเราเห็นฝนตก ก็รู้สึกว่าเออเย็นดีชอบ
แต่ก็อาจจะรู้สึกอีกว่า แล้วจะลงไปหาข้าวกินยังไง
เหมือนเวลาเราได้นั่งเครื่องบินไปเที่ยวก็รู้สึกดูดี มีชาติตระกูล
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ละไอ้ลำที่นั่งอยู่เนี่ยจะโหม่งโลกรึปล่าววะ
เหมือนเวลาที่เรากินเหล้า่ อยากเมา แต่ไม่อยากตื่นมาแฮงค์ตอนเช้า
เนื้อเรื่องของบล็อกตอนนี้ จะเรียกได้ว่า
เป็นความบังเอิญ ก็ว่าได้
เพราะเป็นเรื่องจากเหตุการณ์เมื่อคืน
ช่วงเวลาดึกสงัด ณ ซอยเกกีผมก็นั่งๆนอนๆ อยู่หอ กะลังจะข่มตาหลับ
ทันใดนั้น! เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
ในใจก็คิดว่า "เมียกุจะโทรจิกอีกแล้วหรือ?"
แต่งวดนี้ผิดคาด
เมื่อรับสายนั้น เสียงตามสายที่ได้ยิน
เป็นเสียงของหนุ่มใต้ หน้าตาดี มีเมียแล้ว
แถมมีข่าวว่ากิ๊กกะไอไปป์อีกต่างหาก อิอิ
ใช่แล้วเสียงนั้นคือ นายเบนซ์ (นามสมมุติ)โดย นายเบนซ์ ได้ลั่นวาจามาว่า
"ไอปอนด์ มึงอยู่ไหน กูอยู่เกกีเนี่ย มาแดกข้ามต้มหน้าซอยกัน"
พอผมลงไปก็ได้เจอกับ นายโด (นามสมมุติ)
และก็พากันไปกินข้าวต้ม ที่ต้มมานานแล้ว และถูกหมักอย่างดี
จนเมล็ดข้าวหายไป เหลือไว้แต่เพียงน้ำเหลืองๆ และฟองขาวๆ
หลังจากทำการสาดน้ำเหลืองลงคอไปพักใหญ่ๆ
โดย นายเบนซ์ นั้นถือเป็นบัณฑิต ที่ไม่ต้องผ่านการทำวิจัย(ฝุ่น)
ได้งานแล้วที่ บริษัท pacific pipe (แม่งหนีไอไปป์ไม่พ้น...สงสัยมันจะเป็นเนื้อคู่กัน)
และจะเริ่มงานในวันที่23 เมษา นี้
ผมก็เลยถามกลับไป ด้วยแววตาหมั่นไส้ของคนตกงานว่า
"มึงยังไม่ได้เริ่มงานเลย ขี้เกียจแล้วหรอวะ"
และประโยคต่อมาที่ได้ยินคือต้นความคิดของบล็อกตอนนี้
"คือไม่ใช่ว่ายังไงนะ แต่ตอนไม่ได้งานกูก็คิดว่าอยากได้งาน แต่พอได้งานแล้ว กลับไม่อยากทำ"
และ นายโดยังเสริมต่ออีกว่า
"กูก็อยากจะได้งานนะ เพราะอยากรู้ถึงอนาคตของตัวเองว่าจะทำอะไร
แต่กูก็ไม่รีบหาหว่ะ งานจะมาเดี๋ยวก็มาเอง อยู่แบบนี้เรื่อยๆก็ดี"
ผมได้ฟังเช่นนั้นก็คิดได้ว่า
อารมณ์ของคนเราทุกคน น่าจะเป็นแนวเดียวกัน
ประมาณว่า ความรู้สึกคนละขั้วที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
อย่างกรณี นายเบนซ์ ที่ได้งานแล้ว
ก็คงจะรู้สึกดีใจที่ตัวเองได้งาน แต่ก็คงรู้สึกเบื่อที่ต้องใช้ชีวิตคนทำงานแล้ว
ส่วนนายโด
ก็คงจะรู้สึกเซ็งที่ตัวเองไม่ได้งาน แต่อาจจะสบายใจที่ยังไม่ต้องเอาชีวิตไปผูกกับวงจรชีวิตคนทำงาน
แต่ก็รู้สึกว่า แล้ววันนี้ทั้งวันทำอะไรไปมั่งวะ ไม่เห็นมีสาระซักเรื่อง
แต่ก็อาจจะรู้สึกอีกว่า แล้วจะลงไปหาข้าวกินยังไง
แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ละไอ้ลำที่นั่งอยู่เนี่ยจะโหม่งโลกรึปล่าววะ
เหมือนเวลาเราอยู่ในห้องเรียนคนเดียวก็คิดว่า เออเงียบดี ไม่วุ่นวาย
แต่ก็รู้สึกเหงา แล้วได้แต่คิดว่า เพื่อนๆไปไหนกันหมด
แต่ไม่ว่าจะเคยรู้สึกกันคนละขั้ว หรือบางคนที่อ่านอาจจะบอกว่า
"ไม่เห็นเป็นแบบที่เขียนเลย"
แต่ก็มีอยู่เรื่องเดียวแหล่ะที่สำคัญไม่ว่าจะคิดแบบไหน
คือ เราต้องมุ่งไปข้างหน้า ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
อนาคตที่จะไปจะเป็นยังไงไม่มีใครรู้ ไม่มีใครบอกได้
มีแต่ตัวเรานี่แหล่ะ ที่เป็นคนกำหนดอนาคตนั้นขึ้นมาเอง
ฉะนั้นก็ขอให้เพื่อนๆทุกคนก้าวต่อไปในหนทางของตัวเองอย่างมีความสุขนะ
...
ปล. ถามจริงๆ เคยรู้สึกแบบนี้มั้ย?
ปล.2 กูไม่ได้แดกข้าวต้มซักถ้วยละมันจะชวนไปแดกข้าวต้มทำไมวะ - -"
แต่ก็รู้สึกเหงา แล้วได้แต่คิดว่า เพื่อนๆไปไหนกันหมด
"ไม่เห็นเป็นแบบที่เขียนเลย"
แต่ก็มีอยู่เรื่องเดียวแหล่ะที่สำคัญไม่ว่าจะคิดแบบไหน
คือ เราต้องมุ่งไปข้างหน้า ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด
อนาคตที่จะไปจะเป็นยังไงไม่มีใครรู้ ไม่มีใครบอกได้
มีแต่ตัวเรานี่แหล่ะ ที่เป็นคนกำหนดอนาคตนั้นขึ้นมาเอง
ฉะนั้นก็ขอให้เพื่อนๆทุกคนก้าวต่อไปในหนทางของตัวเองอย่างมีความสุขนะ
...
ปล. ถามจริงๆ เคยรู้สึกแบบนี้มั้ย?
ปล.2 กูไม่ได้แดกข้าวต้มซักถ้วยละมันจะชวนไปแดกข้าวต้มทำไมวะ - -"


8 ความคิดเห็น:
สร่างยังวะ
ตอนอัพเหมือนยังไม่สร่างนะ
555+
ปล.ก้าวไปข้างหน้า . . จะช้าจะเร็วยังไงก็ไปข้างหน้าเหมือนกัน ^^
Z-H ไอ่แก่
อิปอนด์ เขียนดีน่ะเมิงงงง
แต่เรื่องงาน ไม่เครียด มันทำไมได้จิงๆหวะ
หึๆๆ
Nong_trUe
ไม ไม่ชวนพี่เลย ว่ะ
แม่ง งอน ว่ะ
ไม่เปนไร
พี่กินกะถังน้ำแข็งเพื่อนพี่ได้
ขนาดเมา ป๋าเบนซ์ก็ยังหล่อ ขอให้มีความสุขในการทำงานเด้อ
ครั้งนี้เมิงเขียนดีว่ะ เข้าใจเขียน คนเราถ้าพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี และรักในสิ่งที่ตัวเองเป็น ประเทศชาติคงสงบสุขกว่านี้เนอะ อิอิ
^Tak_ka_Tan^
เขียนดีประทับใจ ตอนรู้สึกเหนื่อยกับการทามงานจังเลยครับพี่น้อง ใครที่ได้งานก็ขอให้ตั้งใจทามไปนะ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ก็ขอหาไปเลื่อยๆไม่ต้องรีบหละเดี่ยวก็ได้ จะช้าเร็วอีกเรื่องนึง คิดเถิงพวกเมิงนะ
แตงโม
มึงเขียนจังวะไม่เคยคิดว่ามึงจะเขียนอะไรที่มีสาระแบบนี้เลยนะเนี่ย 555 ^_^ (ล้อเล่นนะคับพี่น้อง)
เฮียนัด
แหม คุนเกรียนงานนี่มันตรากตรำมากม่ะ
เล่นตัวแล้วเล่นตัวอีก บ่นแล้วบ่นอีกนะ แก
ไม่ได้ว่าแกนาน ขอหน่อยล่ะกัน ฮ่าๆ
..เค้า อีม่า เอง..
แสดงความคิดเห็น